ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ผ่าตัดกระเพาะ

การผ่าตัดกระเพาะเพื่อรักษาโรคอ้วน คือการลดขนาดกระเพาะอาหารให้เล็กลง ทำให้รับประทานได้น้อยลงและหิวน้อยลง บางเทคนิคทำร่วมกับการเปลี่ยนเส้นทางเดินอาหาร เพื่อให้ดูดซึมพลังงานได้น้อยลงด้วย

หน้านี้รวมสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ เขียนและตรวจทานโดยพญ.ขวัญนรา เกตุวงศ์

01

ผ่าตัดกระเพาะไม่ใช่การผ่าตัดเพื่อความสวยงาม

สิ่งที่ทำให้การผ่าตัดนี้ถูกจัดเป็นการผ่าตัด รักษาโรคไม่ใช่หัตถการเสริมความงาม คือเป้าหมายของมัน — ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขบนตาชั่ง แต่อยู่ที่โรคที่มากับความอ้วน เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง ไขมันพอกตับ และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ปัจจุบันเป็นการผ่าตัดผ่านกล้อง เจาะรูเล็กที่หน้าท้องตั้งแต่ 3–6 รูแล้วแต่เทคนิค ไม่ใช่การเปิดหน้าท้องแบบเดิม อ่านต่อที่โรคร่วมที่ดีขึ้นหลังผ่าตัด

ภาพหน้าท้องหลังผ่าตัดผ่านกล้อง แสดงตำแหน่งแผลขนาดเล็กสามจุด
แผลจริงจากการผ่าตัดผ่านกล้อง 3 รู — ขนาด 1.5 ซม. สองแผล และ 0.5 ซม. หนึ่งแผล

02

ใครเข้าเกณฑ์ผ่าตัดได้บ้าง

เกณฑ์ที่ใช้พิจารณามีสามกรณี ดูจากค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ร่วมกับโรคประจำตัว

  • BMI มากกว่า 32.5 และมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ไขมันเกาะตับ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ถุงน้ำรังไข่หลายใบ

  • BMI มากกว่า 37.5 แม้ไม่มีโรคประจำตัว

  • BMI มากกว่า 28 และมีเบาหวานรุนแรงที่คุมด้วยยาไม่ได้ — กรณีนี้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์

เกณฑ์เหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของการพิจารณา ไม่ใช่ใบอนุญาต ผู้ที่เข้าเกณฑ์ยังต้องผ่านการตรวจประเมินว่าร่างกายพร้อมสำหรับการผ่าตัดหรือไม่ และโดยทั่วไปควรผ่านการพยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นมาก่อนคำนวณ BMI ของคุณ

03

เทคนิคการผ่าตัดที่มีให้เลือก

สองวิธีที่ได้รับการรับรองว่าเป็นการผ่าตัดมาตรฐานคือ สลีฟ และบายพาส ส่วนบอลลูนและการเย็บกระเพาะผ่านกล้องเป็นทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัด แต่ให้ผลและมีข้อจำกัดต่างกัน

ไดอะแกรมเปรียบเทียบการผ่าตัดกระเพาะแบบสลีฟกับแบบบายพาส แสดงส่วนของกระเพาะที่เหลือในแต่ละวิธี
สลีฟ (ซ้าย) เทียบกับบายพาส (ขวา) — ไดอะแกรมจากคลินิก
ตารางเปรียบเทียบเทคนิคการผ่าตัดกระเพาะ
เทคนิคกระเพาะที่เหลือวิตามินหลังผ่าตัดเป็นวิธีมาตรฐานค่าใช้จ่าย
สลีฟ20–25%ต้องกินวิตามินเสริมอย่างน้อย 1 ปี หลังจากนั้นขึ้นกับผลเลือดว่าขาดวิตามินตัวใดหรือไม่ใช่— รอยืนยัน
บายพาส5–10%ต้องกินและฉีดวิตามินเสริม ตลอดชีวิต เพราะการดูดซึมลดลงถาวรใช่— รอยืนยัน
บอลลูนไม่ได้เปลี่ยนกายวิภาค จึงไม่มีข้อบ่งชี้เรื่องวิตามินเสริมถาวรไม่ใช่— รอยืนยัน
เย็บผ่านกล้องรอยืนยันจากแพทย์ผู้ผ่าตัดไม่ใช่— รอยืนยัน

04

ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้ และเกณฑ์ที่ใช้วัด

เกณฑ์น้ำหนักที่ลดลง คิดจากน้ำหนักตั้งต้น ไม่ใช่จากน้ำหนักในฝัน

  • 10% — สิ้นเดือนที่ 1
  • 20% — สิ้นเดือนที่ 3
  • 30% — สิ้นเดือนที่ 6

การผ่าตัดเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ น้ำหนักจะลงตามเกณฑ์หรือไม่ ขึ้นกับสิ่งที่เลือกกินหลังผ่าตัดและการออกกำลังกาย ผู้ที่ยังดื่มเครื่องดื่มพลังงานสูงทุกวัน น้ำหนักจะลงบ้างแต่ไม่ตามเกณฑ์ และอาจกลับขึ้นในภายหลังอ่านสาเหตุที่น้ำหนักไม่ลงตามเกณฑ์

05

ความเสี่ยงและสิ่งที่ต้องยอมรับ

หน้านี้จะไม่ทำให้การผ่าตัดฟังดูปลอดภัยกว่าความเป็นจริง สิ่งที่ต้องรับได้ก่อนตัดสินใจมีดังนี้

  • กินได้น้อยลงอย่างถาวร และต้องเปลี่ยนวิธีกินไปตลอด
  • ต้องกินวิตามินเสริม แบบสลีฟอย่างน้อย 1 ปี แบบบายพาสตลอดชีวิต
  • มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด เช่น รอยรั่ว เลือดออก หรือทางเดินอาหารตีบ
  • ผมร่วงชั่วคราวพบได้ราว 30–40% มักเริ่มเดือนที่ 3–6 แล้วขึ้นใหม่

หลังผ่าตัด หากมีไข้สูง ปวดท้องรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ใจสั่น หายใจเหนื่อยผิดปกติ หรืออาเจียนจนกินอะไรไม่ได้เลย ให้กลับโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอวันนัด

อ่านภาวะแทรกซ้อนโดยละเอียดหรือความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

06

เตรียมตัวก่อนผ่าตัด และพักฟื้นนานแค่ไหน

ก่อนผ่าตัดต้องตรวจร่างกายและผลเลือด ผู้ที่มีเบาหวานต้องคุมระดับน้ำตาลสะสมให้ได้ก่อน เพราะน้ำตาลที่คุมไม่ได้ทำให้แผลหายช้าและเพิ่มความเสี่ยงของการผ่าตัด

หลังผ่าตัด อาหารจะไล่เป็นระยะ เริ่มจากอาหารเหลวประมาณ 2 สัปดาห์แรก อาหารอ่อนในสัปดาห์ที่ 3–4 แล้วจึงเป็นอาหารแข็งหลัง 1 เดือน การข้ามขั้นตอนเสี่ยงต่อการอาเจียนและแผลด้านในมีปัญหา

07

ค่าใช้จ่ายและสิทธิการรักษา

ค่าใช้จ่ายต่างกันตามเทคนิค โรงพยาบาล จำนวนคืนที่นอน และรายการตรวจก่อนผ่าตัด ค่าใช้จ่ายที่คนมักลืมนับคือค่าวิตามินรายเดือนหลังผ่าตัด ซึ่งเป็นรายจ่ายต่อเนื่อง

ดูรายละเอียดค่าใช้จ่ายและสิทธิการรักษาที่ใช้ได้

08

คำถามที่พบบ่อย

ผ่าตัดกระเพาะใช้สิทธิ์ 30 บาทได้ไหม
สิทธิบัตรทองและประกันสังคมมีเงื่อนไขการเบิกจ่ายสำหรับการผ่าตัดรักษาโรคอ้วนอยู่ แต่เงื่อนไข โรงพยาบาลที่เข้าร่วม และระยะเวลารอคิว ต่างกันในแต่ละสิทธิและแต่ละพื้นที่ ต้องตรวจสอบกับโรงพยาบาลตามสิทธิของตัวเองเป็นรายกรณี
ผ่าตัดกระเพาะกี่บาท
ค่าใช้จ่ายขึ้นกับเทคนิคที่เลือก โรงพยาบาล จำนวนคืนที่นอน และรายการตรวจก่อนผ่าตัด ค่าใช้จ่ายที่คนมักลืมนับคือค่าวิตามินรายเดือนหลังผ่าตัด ซึ่งเป็นรายจ่ายต่อเนื่องไม่ใช่ครั้งเดียว
BMI เท่าไรถึงผ่าตัดกระเพาะได้
โดยทั่วไปพิจารณาที่ BMI มากกว่า 32.5 เมื่อมีโรคประจำตัวร่วมด้วย และมากกว่า 37.5 แม้ไม่มีโรคประจำตัว ส่วนผู้ที่ BMI มากกว่า 28 ที่มีเบาหวานรุนแรงคุมด้วยยาไม่ได้ อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์
ผ่าตัดกระเพาะมีผลเสียอะไรบ้าง
ผลที่ต้องยอมรับคือกินได้น้อยลงถาวร ต้องกินวิตามินเสริม (แบบสลีฟอย่างน้อย 1 ปี แบบบายพาสตลอดชีวิต) และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด ส่วนผมร่วงชั่วคราวพบได้ราว 30–40% ในช่วงเดือนที่ 3–6

ขั้นตอนถัดไป

ถ้ายังไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน เริ่มจากคำนวณค่า BMIถ้าอยู่ในช่วงที่ต้องคุยกับแพทย์ ขั้นตอนถัดไปคือนัดตรวจประเมินซึ่งยังไม่ใช่การตัดสินใจผ่าตัด แต่เป็นการดูว่าร่างกายพร้อมแค่ไหน

LINEปรึกษาแพทย์