โปรแกรมคำนวณค่าดัชนีมวลกาย (BMI)
ค่าดัชนีมวลกาย หรือ Body Mass Index (BMI) เป็นดัชนีที่ใช้วัดความสมดุลระหว่างน้ำหนักตัวกับส่วนสูง ใช้คัดกรองเบื้องต้นว่ารูปร่างของคนคนหนึ่งอยู่ในเกณฑ์ใด กรอกน้ำหนักและส่วนสูงด้านล่างเพื่อดูค่าของคุณ พร้อมคำอธิบายว่าตัวเลขนั้นหมายความว่าอย่างไร
โรคร่วมที่แพทย์จะถามถึง
- เบาหวานชนิดที่ 2 หรือน้ำตาลในเลือดสูง
- ความดันโลหิตสูง
- ไขมันในเลือดสูง / ไขมันพอกตับ
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- ข้อเข่าเสื่อมจากน้ำหนักตัว
ค่า BMI เป็นการคัดกรองเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัย คนที่มีกล้ามเนื้อมากอาจได้ค่าสูงโดยไม่ได้มีไขมันเกิน การตัดสินใจรักษาต้องผ่านการตรวจโดยแพทย์เสมอ
| ค่า BMI | เกณฑ์ |
|---|---|
| ต่ำกว่า 18.5 | น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ |
| 18.5 – 22.9 | น้ำหนักปกติ |
| 23.0 – 24.9 | น้ำหนักเกิน |
| 25.0 – 29.9 | โรคอ้วนระดับที่ 1 |
| 30.0 ขึ้นไป | โรคอ้วนระดับที่ 2 |
01
สูตรคำนวณ BMI
สูตรมาตรฐานคือ น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสองตัวเลขที่ได้ไม่มีหน่วย ใช้เทียบกับตารางเกณฑ์เท่านั้น
BMI = น้ำหนัก (kg) ÷ ส่วนสูง (m)2
ตัวอย่าง น้ำหนัก 70 กิโลกรัม ส่วนสูง 165 เซนติเมตร ต้องแปลงส่วนสูงเป็นเมตรก่อนคือ 1.65 เมตร แล้วคำนวณ70 ÷ (1.65 × 1.65) = 25.7 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์โรคอ้วนระดับที่ 1 ตามเกณฑ์เอเชีย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือลืมแปลงเซนติเมตรเป็นเมตร ทำให้ได้ค่าที่เล็กจนผิดปกติ
02
เกณฑ์ค่า BMI สำหรับคนเอเชีย
คนเอเชียใช้เกณฑ์ที่เข้มกว่าค่าสากล เพราะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากไขมัน เช่น เบาหวานและไขมันพอกตับ ที่ค่า BMI ต่ำกว่าคนยุโรป เกณฑ์สากลถือว่าน้ำหนักเกินเริ่มที่ 25 แต่เกณฑ์เอเชียเริ่มที่ 23
ค่า BMI เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าคุณป่วยหรือไม่ป่วย หากคุณมีอาการเหนื่อยง่ายผิดปกติ หายใจลำบากขณะนอน หรือน้ำหนักขึ้นเร็วผิดปกติ ควรพบแพทย์โดยไม่ต้องรอให้ตัวเลขถึงเกณฑ์ใด
03
ค่า BMI ผู้หญิงกับผู้ชายต่างกันอย่างไร
สูตรและเกณฑ์เป็นชุดเดียวกันทั้งสองเพศ สิ่งที่ต่างคือองค์ประกอบของร่างกาย ผู้ชายมักมีมวลกล้ามเนื้อมากกว่าและกล้ามเนื้อหนักกว่าไขมันที่ปริมาตรเท่ากัน ผู้ชายที่ออกกำลังกายหนักจึงอาจได้ค่า BMI สูงโดยที่ไขมันในร่างกายไม่ได้เกิน
ในผู้หญิง ไขมันมักสะสมที่สะโพกและต้นขามากกว่า ส่วนไขมันที่สัมพันธ์กับโรคมากที่สุดคือไขมันในช่องท้อง ด้วยเหตุนี้แพทย์จึงวัด รอบเอว ควบคู่กับ BMI เสมอ โดยถือว่าเกินเกณฑ์เมื่อรอบเอวมากกว่า 90 เซนติเมตรในผู้ชาย และมากกว่า 80 เซนติเมตรในผู้หญิง
04
BMI ในเด็กและผู้สูงอายุใช้เกณฑ์เดียวกันไม่ได้
ตารางเกณฑ์ด้านบนใช้กับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป ในเด็กและวัยรุ่นต้องเทียบกับกราฟการเจริญเติบโตตามอายุและเพศ ไม่ใช่ตัวเลขคงที่ เพราะสัดส่วนร่างกายยังเปลี่ยนตลอด
ในผู้สูงอายุ มวลกล้ามเนื้อลดลงตามวัยและส่วนสูงมักลดลงด้วย ทำให้ค่า BMI อาจดูสูงกว่าความเป็นจริง ในกลุ่มนี้แพทย์จะดูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทำกิจวัตรประจำวันประกอบ
05
ข้อจำกัดของค่า BMI ที่ต้องรู้
BMI เป็นเครื่องมือคัดกรองที่เร็วและถูก แต่ไม่ได้แยกสิ่งเหล่านี้ออกจากกัน
- ไม่แยกน้ำหนักที่มาจากกล้ามเนื้อออกจากน้ำหนักที่มาจากไขมัน
- ไม่บอกว่าไขมันสะสมอยู่ที่ไหน ทั้งที่ไขมันในช่องท้องเป็นตัวที่สัมพันธ์กับโรคมากที่สุด
- ไม่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์ นักกีฬา และผู้ที่มีภาวะบวมน้ำ
ค่านี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนากับแพทย์ ไม่ใช่ข้อสรุป
06
ค่า BMI เท่าไรจึงพิจารณาผ่าตัดกระเพาะ
การผ่าตัดกระเพาะเพื่อรักษาโรคอ้วนไม่ได้เริ่มพิจารณาจากความอยากลดน้ำหนัก แต่เริ่มจากเกณฑ์ทางการแพทย์ โดยทั่วไปคือ BMI ตั้งแต่ 32.5 ขึ้นไปเมื่อมีโรคร่วม และตั้งแต่ 37.5 ขึ้นไปแม้ไม่มีโรคร่วม
ถึงเกณฑ์ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัด และไม่ถึงเกณฑ์ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไรต้องทำ ขั้นตอนถัดไปเหมือนกันทั้งสองกรณีคือการตรวจประเมินอ่านรายละเอียดการผ่าตัดกระเพาะหรือดูสิทธิการรักษาที่ใช้ได้
07
คำถามที่พบบ่อยเรื่องค่า BMI
- สูตรคำนวณ BMI คืออะไร
- BMI = น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง เช่น น้ำหนัก 70 กิโลกรัม สูง 165 เซนติเมตร จะได้ 70 ÷ (1.65 × 1.65) = 25.7
- ค่า BMI ของผู้หญิงกับผู้ชายใช้สูตรต่างกันไหม
- ใช้สูตรเดียวกันและใช้เกณฑ์ชุดเดียวกัน ความต่างอยู่ที่องค์ประกอบร่างกาย ผู้ชายมักมีกล้ามเนื้อมากกว่าจึงอาจได้ค่าสูงโดยที่ไขมันไม่ได้มากตาม การวัดรอบเอวจึงใช้ประกอบเสมอ
- ค่า BMI ปกติของคนไทยอยู่ที่เท่าไร
- เกณฑ์สำหรับคนเอเชียถือว่า 18.5–22.9 คือปกติ ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์สากลที่ใช้ 18.5–24.9 เพราะคนเอเชียเกิดภาวะแทรกซ้อนจากไขมันที่ค่า BMI ต่ำกว่าคนยุโรป
- BMI เท่าไรถึงผ่าตัดกระเพาะได้
- โดยทั่วไปพิจารณาที่ BMI ตั้งแต่ 32.5 ขึ้นไปเมื่อมีโรคร่วม เช่น เบาหวานหรือความดันสูง และตั้งแต่ 37.5 ขึ้นไปแม้ไม่มีโรคร่วม ทั้งนี้ต้องผ่านการตรวจประเมินโดยแพทย์