คำถามที่พบบ่อย
คำตอบทั้งหมดในหน้านี้มาจาก พญ.ขวัญนรา เกตุวงศ์แพทย์ผู้ผ่าตัด เป็นคำตอบสำหรับกรณีทั่วไป เงื่อนไขของแต่ละคนอาจต่างออกไปและต้องให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล
01
เกณฑ์และคุณสมบัติ
- น้ำหนักเท่าไหร่ถึงจะผ่าตัดได้
- ไม่ได้ดูที่น้ำหนักโดยตรง แต่ดูที่ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ร่วมกับโรคประจำตัว คือ BMI ตั้งแต่ 32.5 ขึ้นไปและมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ปวดเข่า ข้อเสื่อม หยุดหายใจขณะนอนหลับ นิ่วในถุงน้ำดี หรือถุงน้ำรังไข่หลายใบ และ BMI ตั้งแต่ 37.5 ขึ้นไปแม้ไม่มีโรคประจำตัว โดยควรผ่านการพยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นมาก่อน
- อายุเท่าไหร่ถึงผ่าตัดกระเพาะได้
- อายุ 18–65 ปีผ่าตัดได้ ไม่แนะนำในผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปี เพราะผลเสียมักมากกว่าผลดี โดยเฉพาะเรื่องกระดูกที่บางอยู่แล้วตามวัย หากหลังผ่าตัดได้แคลเซียมหรือวิตามินดีไม่พอจะยิ่งเสี่ยงกระดูกพรุน ส่วนผู้ที่อายุน้อยกว่า 18 ปี อาจมีข้อบ่งชี้ได้หากมีโรคร่วมรุนแรง และต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง
02
แผลและการพักฟื้น
- ผ่าตัดกระเพาะพักฟื้นกี่วัน นอนโรงพยาบาลกี่คืน
- นอนโรงพยาบาลก่อนผ่าตัด 1 คืน และหลังผ่าตัดอีก 3 คืน รวมทั้งหมด 4 คืน
- แผลผ่าตัดเป็นอย่างไร
- เป็นการผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก มีแผลเพียง 3 รู คือแผลขนาด 1.5 เซนติเมตร 2 แผล และแผลขนาด 0.5 เซนติเมตร 1 แผล กระเพาะส่วนที่ตัดออกถูกนำออกทางแผลล่างสุด
- ดูแลแผลผ่าตัดอย่างไร
- ระวังไม่ให้แผลโดนน้ำจนกว่าจะแห้งสนิท ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 7–14 วัน เมื่อแผลแห้งแล้วเริ่มทาครีมลดรอยแผลเป็นได้ การปิดด้วยแผ่นซิลิโคนช่วยลดแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ได้ ส่วนก้อนแข็งใต้แผลในช่วงแรกเป็นเรื่องปกติของกระบวนการหายของแผลและจะยุบไปเอง
- ข้อห้ามหลังผ่าตัดมีอะไรบ้าง
- ใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ให้หลีกเลี่ยงการยกของหนักเกิน 5 กิโลกรัมในเดือนแรก และงดการมีเพศสัมพันธ์ทุกช่องทางใน 2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันแผลที่เย็บในกระเพาะปริ เริ่มออกกำลังกายอย่างหนักได้ตั้งแต่ 1 เดือนหลังผ่าตัด
03
อาหารหลังผ่าตัด
- หลังผ่าตัดกินอะไรได้บ้าง
- ไล่เป็นระยะ ระยะที่ 1 อาหารเหลว 14 วันแรก ระยะที่ 2 อาหารอ่อนวันที่ 15–28 เช่น ไข่ตุ๋น ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ ปลานึ่ง และระยะที่ 3 อาหารแข็งหลัง 1 เดือน เหตุผลที่ต้องไล่ระยะคือแผลในกระเพาะยังไม่ติดสนิท การข้ามระยะแล้วอาเจียนรุนแรงอาจทำให้แผลปริและกระเพาะรั่วได้
- นมทางการแพทย์ต้องกินวันละกี่แก้ว
- ตามที่กำหนดคือ 4 แก้วต่อวัน ซึ่งให้พลังงานรวมประมาณ 800 กิโลแคลอรีต่อวัน เท่ากับที่ร่างกายต้องการในช่วงนั้น และได้สารอาหารครบโดยไม่มีปัญหาโซเดียมเกิน ต่างจากการกินแต่น้ำซุปซึ่งมักได้โปรตีนไม่พอและเสี่ยงโซเดียมเกิน
- ส้มตำ ของดิบ ข้าว และแอลกอฮอล์ กลับมากินได้เมื่อไหร่
- ส้มตำและของแซ่บ ผักสด และของดิบเช่นแซลมอน เริ่มได้ 3 เดือนหลังผ่าตัด ข้าวเป็นเม็ดเริ่มได้บ้าง 6 เดือน โดยแนะนำเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนเช่นข้าวไรซ์เบอร์รีหรือข้าวกล้อง ส่วนแอลกอฮอล์ไม่แนะนำ แต่ถ้าจะดื่มจริง ๆ เริ่มได้ 6 เดือน และต้องระวังว่าเมาง่ายกว่าเดิมมากเพราะดูดซึมเร็วขึ้น
04
วิตามินและการดูแลระยะยาว
- เลือกวิตามินเสริมหลังผ่าตัดอย่างไร
- วิตามินที่เลือกควรมีส่วนประกอบขั้นต่ำคือ Folic acid 400 ไมโครกรัม, วิตามินบี 1 12 มิลลิกรัม, วิตามินดี 3 3,000 IU, วิตามินบี 12 แบบกิน 500 ไมโครกรัม, แคลเซียม 1,200–1,500 มิลลิกรัม, ธาตุเหล็ก 18 มิลลิกรัมสำหรับสลีฟ หรือ 45–60 มิลลิกรัมสำหรับบายพาส และสังกะสี 8–11 มิลลิกรัมสำหรับสลีฟ หรือ 16 มิลลิกรัมสำหรับบายพาส
- ควรปฏิบัติตัวอย่างไรให้การผ่าตัดได้ผลดีที่สุด
- หลีกเลี่ยงข้าว แป้ง น้ำตาล น้ำหวาน ของทอด ของมัน และอาหารแปรรูป โดยเฉพาะใน 6 เดือนแรก นอนหลับพักผ่อนให้พออย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน และเริ่มออกกำลังกายอย่างหนักได้ตั้งแต่ 1 เดือนหลังผ่าตัด

ยังไม่เจอคำตอบ
ลองดูภาพรวมการผ่าตัดกระเพาะหรืออาการหลังผ่าตัดถ้าเป็นคำถามเฉพาะกรณีของคุณ ถามแพทย์โดยตรงได้เลย